โค้ชหนึ่งติวเข้มแข้งชบาแก้ว-วางคิวอุ่น2นัดก่อนลุยอชก.

โพสต์โดย : Admin เมื่อ 18 ก.ค. 2561 22:57:16 น. เข้าชม 48 ครั้ง แจ้งลบ


         ความเคลื่อนไหวของทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย หลังจากที่เพิ่งคว้าแชมป์ฟุตบอลลหญิงชิงแชมป์อาเซียน ที่ประเทศอินโดนีเซีย ด้วยการเอาชนะ ออสเตรเลีย ชุดยู-20 มา 3-1 เมื่อวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุดทัพ ''ชบาแก้ว'' ได้ทำการเก็บตัวฝึกซ้อมต่อทันที เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 18 สิงหาคม - 2 กันนายน 2561 ที่ประเทศอินโดนีเซีย โดยทีมสาวไทยอยู่ในกลุ่ม ซี ร่วมกับ ทีมชาติญี่ปุ่น และทีมชาติเวียดนาม


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ โค้ชหนึ่งติวเข้มแข้งชบาแก้ว-วางคิวอุ่น2นัดก่อนลุยอชก.


         ด้าน ''โค้ชหนึ่ง'' หนึ่งฤทัย สระทองเวียน หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ได้เผยถึงการเก็บตัวฝึกซ้อมในช่วงนี้ว่า ''หลังจากที่เราเสร็จภารกิจในศึกชิงแชมป์อาเซียน และสามารถคว้าแชมป์มาได้ ก็ต้องเตรียมทีมต่อสำหรับการแข่งขันเอเชียนเกมส์ทันที เพื่อให้ทีมมีการฝึกซ้อมที่ต่อเนื่องสำหรับทัวร์นาเมนต์ดังกล่าว เพราะเราจะต้องเจอกับทีมที่แข็งแกร่งกว่าอาเซียน และจากการแข่งขันชิงแชมป์อาเซียนทำให้เราได้เห็นทั้งข้อดี และข้อเสียที่ต้องนำมาปรับปรุงสำหรับเอเชียนเกมส์ โดยเฉพาะเรื่องของการครอบครองบอล และการเปลี่ยนเกมจากรับเป็นรุก ซึ่งจุดนี้ตนเองมองว่านักเตะไทยยังช้าอยู่ถ้าจะไปแข่งขันระดับเอเชีย และเรื่องนี้ก็จะเป็นเรื่องที่ตนเองต้องกำชับนักเตะและแก้ไขให้ดีก่อนที่จะไปแข่งขันเอเชียนเกมส์''

             นอกจากนี้ ''โค้ชหนึ่ง'' ยังได้เผยถึงการไปเก็บตัวที่ประเทศญี่ปุ่นระหว่างวันที่ 25 ก.ค. - 1 ส.ค.นี้ และอาจถูก

    สเกาต์จากทีมชาติญี่ปุ่นทีมร่วมสายในเอเชียนเกมส์ว่า ''เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะเป็นโปรแกรมที่เราวาง

    เอาไว้ก่อนรู้ผลการจับสลาก แต่เราก็ไม่ได้วิตกในเรื่องนี้มากนักเพราะญี่ปุ่นเขาเหนือกว่าเราอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังได้

    วางโปรแกรมอุ่นเครื่องเอาไว้สองนัดในการเก็บตัวด้วยพบกับทีมท้องถิ่นของประเทศญี่ปุ่นมั่นใจว่านักเตะจะได้

    ประโยชน์จากการเก็บตัวครั้งนี้มากกว่า''

       พร้อมกันนี้ ''โค้ชหนึ่ง'' ยังได้เผยถึงเป้าหมายในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ว่า ''ครั้งที่แล้วที่อินชอน ประเทศเกาหลีใต้ เราสามารถเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย แน่นอนว่าครั้งนี้ตนเองตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าจะต้องดีกว่าเดิม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับผลงานของนักเตะและสถานการณ์ในการแข่งขันจริง โดยเฉพาะในเกมแรกที่เราจะเจอกับทีมชาติเวียดนาม ก็จะเป็นเกมชี้วัดว่าเราจะผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ได้หรือไม่ ซึ่งเมื่อถึงรอบนั้นเราก็จะมาดูแบบเกมต่อเกมว่าเราจะเจอคู่แข่งขันที่หนักแค่ไหนในแต่ละรอบ''